Tel.091-889-9828
ปั๊มลมคืออะไร? ข้อควรรู้ก่อนเริ่มใช้งานจริง

ปั๊มลมคืออะไร? ข้อควรรู้ก่อนเริ่มใช้งานจริง

AirCompressor หรือ ภาษาไทยเรียกว่า ปั๊มลม เป็นตัวทำหน้าที่ในการอัดลมให้มีแรงดันสูงตามที่ผู้ใช้ต้องการ ตามรูปแบบการใช้งานต่างๆ ปั๊มลม สามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายรูปแบบปั๊มลมหรือเครื่องอัดลม คือ อุปกรณ์บีบอัดอากาศจากบรรยากาศ  เพื่อให้เกิดความดันสูงขึ้น  และสามารถนำไปใช้ในรูปแบบหนึ่งของพลังงาน  อากาศที่ถูกอัดสามารถนำไปใช้งานได้ดีเสมือนหนึ่งในสามทรัพยากรของโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมที่มีขนาดเล็ก ไปจนถึง ปั๊มลมอุตสาหกรรม ต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ มีหลากหลายระบบทั้งแบบระบบลม ระบบนิวเมติกส์ ใช้ได้ทั้งงานอุตสาหกรรมในครัวเรือน เรียกได้ว่ามีประโยชน์อย่างครบด้านจริงๆ เราสามารถพบตัวปั๊มลมได้ตั้งแต่อู่ซ่อมรถทั่วไป

ร้านซ่อมเครื่องยนต์ต่างๆ โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงร้านซ่อมจักรยานสำหรับปั่นหรือขี่ การใช้งานของแต่ละประเภทปั๊มลมก็จะแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ปั๊มลมประเภทลูกสูบ ก็จะเหมาะใช้งานในธุรกิจเล็กๆ อุตสาหกรรมครัวเรือนขนาดย่อม เพราะ ปั๊มลมประเภทลูกสูบ มีขนาดที่พอดี ไม่ใหญ่มากจนเกิดไปรวมไปถึงเวลาใช้งานไม่ต้องดันลมให้สูงเกินไปด้วย ส่วนโรงงานอุตสากรรมขนาดกลางและใหญ่ทั่วไปนั้นก็จะใช้เป็นปั๊มลมประเภทสกรู ที่จะต้องใช้แรงดันลมมากในการทำงาน อีกทั้งปั๊มลมประเภทสกรูนั้นสามารถที่ใช้ทำความดันแรงลมได้สูงมากกว่า 10-13 บาร์อีกด้วย ส่วนประกอบหลักของ เครื่องปั๊มลม จะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.หัวปั๊มลม 2.มอเตอร์ไฟฟ้า และ 3.ถังเก็บลม

ส่วนประกอบและหน้าที่ของปั๊มลมส่วนต่างๆ

1. หัวปั๊มลม = ใช้ในการผลิตลม

2. ถังเก็บลม = ใช้สำหรับเก็บลมไว้ภายใน สำหรับไว้ใช้งาน

3. มอเตอร์ไฟฟ้า = เป็นต้นกำลังที่ใช้ในการผลิตลม

4. เกจ์ = จะเป็นตัวบอกแรงดันลมที่มีอยู่ภายในถังเก็บลม

5. สวิทช์ออโตเมติก = สั่งทำงานการดันลมโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำการสั่งหยุดลมเมื่อได้ลมที่ต้องการตามอัตโนมัติ และจะทำหน้าที่สั่งให้ลมทำงานต่อ เมื่อลมได้มีปริมาณลดลงตามที่ระบุไว้

6. แม็กเนติก = มีหน้าที่ป้องกันการทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้า

7. โปโร = ช่วยระบายลมออกจากถังเก็บลม เมื่อเวลาที่ระบบสวิทช์ออโตเมติกไม่ทำงาน

8. สายระบายลม = เป็นตัวผ่านลมลงไปยังถังเก็บลมภายใน

9. เช็ควาล์ว = เป็นตัวกันลมย้อนกลับเข้าหัวลม

10. ตาแมว = เป็นตัวแสดงปริมาณน้ำมันหล่อลื่นที่อยู่ภายในหัวปั๊มลม ซึ่งตัวน้ำมันหล่อลื่นจะต้องอยู่ในปริมาณที่ระบุไว้เท่านั้น

11. ท่อทองแดง = ช่วยในการระบายลมออกจากสายระบายลม เพื่อที่จะได้ช่วยลดแรงเสียดทานจากการเริ่มต้นผลิตแรงลม

หลักการทำงานของปั๊มลม

ในการทำงานของ Air Compressor หรือ ปั๊มลมนั้น คือเมื่อเราเริ่มเปิดสวิทช์การทำงานของเครื่อง โดยถ้าอากาศมีความดันต่ำกว่าที่ได้กำหนดตัวสวิทช์ออโตเมติกเอาไว้ ก็จะทำการต่อวงจรไฟฟ้า ไปยังตัวมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานและหมุน จากนั้นก็จะขับแรงลมให้ทำงานไปด้วย เมื่อลมภายในถังเก็บลมมีความดันอากาศหรือมีลมสูงเกิดที่ได้ตั้งไว้แล้ว ตัวสวิทช์ออโตเมติกก็จะทำการตัดวงจรไฟฟ้าของมอเตอร์ไฟฟ้าให้หยุดทำงานโดยอัตโนมัติ และเมื่อลมภายในถังเก็บลมถูกนำไปใช้งานจนอากาศและความดันภายในบรรจุลมน้อยกว่าตำแหน่งที่ได้กำหนดไว้ ตัวสวิทช์ออโตเมติคก็จะทำการต่อวงจรให้มอเตอร์ไฟฟ้าและปั๊มลมทำงานต่อไป ซึ่งการทำงานของปั๊มลมก็จะมีขั้นตอนการทำงานแบบนี้ตลอดเวลา

โดยเป็นอัตโนมัตินั่นเอง เพราะฉะนั้น ถ้าหากต้องการให้เครื่อง ปั้มลม หยุดการทำงานก็จะต้องทำการปิดสวิทช์ออโตเมติกของตัว ปั๊มลม ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลักการทำงานของปั๊มลมจะคล้ายกับการทำงานของหม้อไอน้ำ ที่อาศัยแรงดันในการทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของตัว เครื่องปั๊มลม นั้นเอง จะทำหน้าที่ในการอัดลมเก็บไว้ในถังเก็บลม โดยมีมอเตอร์เป็นตัวต้นกำลังในการอัดแรง ซึ่งขนาดของส่วนประกอบต่างๆ จะต้องเหมาะสมกันเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะฉะนั้นเราจะต้องศึกษาวิธีการเลือก ใช้งานและดูแลปั๊มลมให้เป็นอย่างดี

ติดตั้งปั๊มลม

การติดตั้งปั๊มลม

  1. ทำการตรวจสอบสภาพของปั๊มให้อยู่ในสภาพที่ปกติ เรียบร้อย ปลอดภัย ไม่มีการชำรุด ซึ่งถ้าหากพบสิ่งผิดปกติ หรือมีการชำรุดจะต้องรีบทำการแก้ไขโดยทันที
  2. ควรทำการติดตั้งปั๊มลมให้อยู่ในบริเวณสถานที่มีอากาศสะดวก ถ่ายเท ไม่อับ ไม่ควรมีฝุ่นละอองมาก และที่สำคัญไม่ควรอยู่ในที่ที่มีความชื้นสูง
  3. ตั้งไว้ห่างจากระยะกำแพง ประมาณ 12-15 เซนติเมตร เพื่อที่จะได้สะดวกในการประกอบ ดูแล และถอดเครื่องเคลื่อนย้าย

ควรตรวจสอบมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีขนาดที่สมดุลกับตัวหัวปั๊มลม คอยสังเกตทิศทางการหมุนของปั๊มลมให้ดีและถูกต้อง โดยให้มีลักษณะหมุนตามลูกศรที่แสดงอยู่ ถ้ามอเตอร์หมุนผิดทิศทางให้ทำการแก้ไขโดยการสลับสายไฟให้กลับมาอยู่ในที่เดิมและทิศทางที่ถูกต้อง

ประเภทของปั๊มลม ชนิดต่างๆ

เราสามารถแบ่ง เครื่องปั๊มลม ออกเป็น 6 ประเภท ดังต่อไปนี้

  1. Piston Air Compressor ปั๊มลมประเภทลูกสูบ
  2. Screw Air Compressor ปั๊มลมประเภทสกรู
  3. Sliding Vane Rotary Air Compressor ปั๊มลมประเภทใบพัดเลื่อน
  4. Roots Air Compressor ปั๊มลมประเภทใบพัดหมุน
  5. Diaphragm Air Compressor ปั๊มลมประเภทไดอะเฟรม
  6. Redial and axial flow Air Compressor ปั๊มลมประเภทกังหัน

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ปั๊มลม ที่นิยมใช้มากที่สุดและพบเห็นได้ทั่วไปจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ ปั๊มลมประเภทสกรู และปั๊มลมประเภทลูกสูบ ซึ่งจะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยปั๊มลมแบบสกรูจะเน้นไปเป็นการใช้งานแบบปั๊มโรงงาน ส่วนปั๊มลมลูกสูบ จะเป็นการใช้งานแบบ ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ซ่อมจักรยานยนต์ทั่วๆ ไป

บทความแนะนำ : 6 ประเภทของปั๊มลม ทางเลือกในการใช้งานที่เหมาะสม

นี่ก็เป็นรายละเอียดขั้นพื้นฐานของการใช้งาน ปั๊มลม ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ในครัวเรือน จนไปถึงการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การเรียนรู้ข้อมูลการใช้งาน หลักการเบื้องต้นนั้นจะทำให้การติดตั้งและใช้งานปั๊มลมของคุณนั้นเป็นไปอย่างดี มาตรฐาน ปลอดภัย อีกทั้งอย่าลืมศึกษา วิธีการดูแลรักษา ปั๊มลม อย่างถูกต้องวิธี เลือกใช้งานปั๊มลมให้ถูกต้องกับลักษณะของงาน เพื่อที่จะได้ยืดอายุการใช้งาน ปั๊มลม ของเราให้คงทนและมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่สูงนั่นเองครับ

 

เรียบเรียงข้อมูลโดย : airpowersystem.co.th


Related Posts

Leave a Reply